วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

CTU: The Council of Thai Bhikkhus in USA's photostream

Sitting MeditationListening to the Dhamma talksMeditation in the Buddha HallMeditation Praticed group pictureExercise_MeditationExercise_Meditation
Walking MeditationWalking MeditationWalking MeditationClosing ceremonyCertificate Meditation 2012Wat Mongkolratanaram, Tampa, FL
Walking to the Buddha HallWalking on the Path of the BuddhaWalking meditation on the Path of the BuddhaWalking meditation..
Dhamma talksSpread lovingkindnessWat Mongkol at night timeBuddha HallBreathing exerciseBreathing exercise

The meditation workshop at Wat Mongkolratanaram, Tampa, FL 20-22 Jan. 2012 led by Ven.Dr. Thanat Inthisan, Wat Thai,DC.

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ผีเสื้อสมุทร บุก เกาะแมนฮัตตัน



ผีเสื้อสมุทรบุกเกาะแมนฮัตตัน

แขกไม่ได้รับเชิญจากนอร์ทคาโลไรนา นามว่าคุณไอรีน พาท้องฟ้ามืดทะมึนพร้อมลมพายุมหาวาตภัย Hurricane Irene มองท้องฟ้าแล้วเหมือนผีเสื้อสมุทรกำลังจะไปตามหาพระอภัยมณีที่เกาะแมนฮัตตัน โดยมี New York City เป็นเป้าหมายเหมือนเกาะแก้วพิสดาร
รัฐแมรีแลนด์ก็อยู่ในเส้นทางเงื้อมมือมารที่ Ocean City และ Chesapeake Bay เมืองสวรรค์วันหยุดพักผ่อน ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ถ้าไม่ใช่จุดหมายหลักเหมือนเวอร์จิเนีย นิวเจอซี่ เพ็นซิลวาเนีย นิวยอร์ก แค่เส้นทางผ่านของพายุลมหอบที่หมุนไปที่จุดไหน ความพินาศจะตามมา เดือดร้อนกันไปทั่ว ขึ้นไปถึง ลองไอส์แลนด์ รัฐอื่นได้แต่ดูจากโทรทัศน์ CNN เกาะติดสถานการณ์ ที่เห็นของจริงก็ที่รัฐแมรีแลนด์ พอ Governor Martin O'Malley ประกาศเป็นรัฐสถานการณ์ฉุกเฉินให้บรรดานักท่องเที่ยวชายหาดและผู้พักอาศัยอพยพหลบภัยออกจากพื้นที่ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2011 ก็เริ่มเกิดอารมณ์ร่วมกับชาวรัฐเวอร์จิเนีย



แผ่นดินไหวเพิ่งจะสั่นบ้านเรือนก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน โครงสร้างบนส่วนบนของ Washington Monument เพิ่งจะเสียหายให้สำรวจตรวจสอบกันเป็นการด่วน ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว ไปเที่ยวชมภายในรัฐสภา Capitol Hill และ Library of Congress วันรุ่งขึ้นแผ่นดินไหว คือวันที่ 23 สิงหาคม กำลังนั่งเขียน “การบ้าน” ส่ง “คุณนิด” หนังสือพิมพ์ไทยแอล.เอ. รู้สึกผิดปกติ เหมือนห้องสั่นตรงส่วนที่เป็นประตู ซึ่งเป็นกรอบและแผ่นประตูที่มีช่องว่างเล็กน้อยตรงส่วนบนและล่าง หันไปดูเห็นว่าบานประตูสั่นแล้วก็หยุดไป จากนั้นไม่นานทั้งสั่นและมีเสียงเหมือนคนทุบประตูดังถี่ๆ นึกว่าหลานมาเคาะ ร้องบอกให้เข้ามาได้ ยิ่งเคาะเขย่าหนักขึ้นจึงลุกไปเปิด เจอหลานจริงแต่เขายืนอยู่ใต้กรอบประตูห้องของเขาถัดไป ตามประสาผู้มีประสบการณ์จากแคลิฟอร์เนีย ต่างก็ร้องบอกกันว่าแผ่นดินไหว ชวนกันวิ่งลงไป ออกไปยืนบนถนนในหมู่บ้าน เจอเพื่อนบ้านที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ พาลูกสาวตัวน้อย 2 ขวบออกมาเดินเล่นพอดี ตื่นเต้นแผ่นดินไหว รีบพาลูกกลับบ้าน เมื่อเห็นว่าหยุดไหวแล้ว หลังจากถามเราว่าเคยเจอมาก่อนใช่ไหม เลยเล่าตอนเจอที่ญี่ปุ่น กำลังไหว้พระก่อนนอนที่บ้านพี่ชายซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (B.O.I) ที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าพระพุทธรูปบนหิ้งเคลื่อนที่ได้ นึกว่าท่านสำแดงปาฏิหาริย์ ที่แท้แผ่นดินไหว วิ่งออกมา เจอสมาชิกในบ้านต่างก็ออกมานอกห้องโดยมิได้นัดหมาย อีกครั้งหนึ่งก็ตอนดูที.วี. อยู่ที่ซานโฮเซ่ ที.วี. สั่นเคลื่อนอีกเหมือนกัน



ข่าวสารที่เกาะติดสถานการณ์ปลุกเร้าให้ผู้คนตื้นเต้นและเตรียมรับมือกันเต็มที่ รัฐแมรีแลนด์เต็มไปด้วยลำเนาไพรต้นน้ำลำธาร มองไปทิศไหนในฤดูร้อน ดูเขียวไปด้วยต้นโอ๊ก ต้นเมเปิล สารพัดต้นที่มีใบบางหนาบ้างอ่อนพลิ้วลิ่วลม เวลาลมกระโชกเหมือนจะหอบไปทั้งลำต้นและใบเขียว มีน้ำตกที่รวมลงในแม่น้ำลำธาร รอบอ่าวเชสะพีคเป็นโขดหินดินดอน ชายหาดที่มีรูปลักษณ์ยาวเหมือนคอกวาง เรียกว่าเขต Elk Neck State Park นักท่องเที่ยวที่ชอบท่องป่า นิยมขี่จักรยานไปตามเส้นทางชายป่าชมทิวทัศน์คลื่นลม เป็นแหล่งอาหารปลา ปู มีทั้งปูนิ่ม ปูฟ้า กุ้ง หอย สามารถล่องเรือ ชมสีสันของดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิอยู่ไม่ไกลจากวอชิงตัน,ดี.ซี. และเวอร์จิเนีย เปิดหนังสือท่องเที่ยงเดินทาง เห็นดอก Virginia bluebell สีฟ้าอ่อนใสขึ้นตามซอกหินรายทางมีดอก Maryland Golden Aster สลับสี อยากจะรอชมตอนฤดูอกไม้ผลิ
ธรรมชาติที่สวยงาม รวมทั้งสัตว์ป่า สัตว์บ้าน ผู้คนทั้งหลายกำลังจะถูกมารร้ายพัดผ่าน เพิ่งรู้ว่าแมรีแลนด์มีคุณสมบัติของพื้นที่เป็นเมืองย่อส่วนของอเมริกามารวมกัน (America in Miniature) คือมีสัดส่วนกายภาพของพื้นที่ประกอบกันจากสัดส่วนที่แตกต่างกัน 5 ส่วน คือ พื้นที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก เรียกว่า Plain in General Coastal Plain ส่วนที่เป็นเนินสูงต่ำสลับกันเป็นจุดๆ ต่อเนื่องกัน เรียกว่า Piedmont ส่วนที่เป็นโขดสันเขาสูงเรียกว่า Blue Ridge และส่วนที่เป็นเนินเขาเรียกว่า ridge
พื้นที่ของแมรีแลนด์กับเวอร์จิเนียเป็นเขตติดต่อกัน ขนาดเฉือนกันแบ่งส่วนให้กับวอชิงตัน, ดี.ซี. ไปบ้าง เวลาฟังเพลง Country Road Take Me Home นึกถึงต้องนั่งรถขึ้นไปตามสันเขา มองดูนกเหยี่ยวเฉี่ยวโฉบเห็นสันเขาสมกับที่เรียกว่า Blue Ridge Mountain มีแม่น้ำ Shenandoah ไหลเป็นงูเลี้ยยอยู่เบื้องล่าง เสียงร้องของ John Denver ดังในห้วงจินตนาการ ถึงคนร้องจะไปปรโลกนานแล้ว เนื้อเพลงมีตอนต้นว่า
Almost heaven, West Virginia
Blue Ridge Mountains
Shenandoah River
Life is old there
Older than the trees
Younger than the mountains
Growing like a breeze.....
ตอนจบคือชื่อเพลง ฟังแล้วต้องรีบซื้อตั๋วเครื่องบิน บินกลับบ้าน
Country Road, take me home
To the place I belong
West Virginia, mountain momma
Take me home, country roads.....



ธรรมชาติสวยงามถึงปานนี้ “The Monster Storm” จะมาทำลายล้างผลาญได้อย่างไร ฟังข่าวว่าคุณไอรีนจะเข้า
เชสะพีกเบย์ในบัลติมอร์ ก็ฟ้าเดียวกันกับที่เราอยู่ มองเห็นเมฆดำทะมึนเต็มท้องฟ้า มีช่องว่างอยู่เป็นขอบข้างล่าง ข่าวบอกด้วยว่าคืนวันที่ 27 สิงหาคม เวลาตี 2 จะมาถึง
ใกล้เข้ามาทุกที มองผ่านหน้าต่างกระจกแผ่นกว้างอย่างไม่ไว้ใจ จะสู้นางผีเสื้อสมุทรได้ไหมนี่ เสียงข่าวแนะนำให้อยู่ห่างกระจก นึกภาพนอนอยู่บนเตียงแล้วพายุพัดหน้าต่างหลุด เกิดความเครียดไปก่อนเหตุ ยิ่งภาพข่าว นักข่าวอยู่ท่ามกลางสายลม เสื้อผ้าปลิว โผล่หน้ามา มิใช่ใครที่ไหน แคทเธอลีน นักข่าว Fox News อยู่ข้างบ้าน สามีเป็นนักหนังสือพิมพ์ ตอนนี้ไปรายงานข่าวอยู่ Ocean City ชีวิตนักข่าวต้อง “หัวเห็ด” ปะทะลมปะทะแดด เป็นร่มกันรากเหมือนดอกเห็ด คนโบราณช่างเปรียบเปรยเป็นมรดกทางภาษา ไม่เหมือนเด็กยุคใหม่ เมืองไทยกำลังฮิตท่าเพี้ยนๆ เรียกว่า Planking
ใกล้เวลาผีเสื้อสมุทรจะขึ้นฝั่ง คะนึงหาพระอภัย อยากให้มาเป่าปี่เพราะในเรื่อง นางผีเสื้อสมุทรตามอาละวาดจะพาพระอภัยมณีกลับถ้ำเดิม พระอภัยจึงต้องเป่าปี่ ความว่า
“แล้วทรงเป่าปี่แก้วให้แจ้วเสียง
สอดสำเนียงนิ้วเอกวิเวกหวาน
พวกโยธีผีสางทั้งนางมาร
ให้เสียวซ่านซับซาบวาบหัวใจ
แต่เพลินฟังนั่งโยกจนโงกหงุบ
ลงหมอบซบซวนซบสลบไสล
พอเสียงปี่ที่แหบหายลงไป
ก็ขาดใจยักษ์ร้ายวายชีวา”



คำกลอนของท่านสุนทรภู่วาดจินตนาการรื่นไหลไปได้ไพเราะสมเป็นกวีเอกไร้เทียมทาน
ข่าวสดตลอดวันแนะนำให้อยู่ในบ้าน หาอาหารที่จะอยู่ได้สักสามวันอย่างน้อย เตรียมอุปกรณ์ไฟฉาย เทียนไข รู้สึกเป็นนาทีระทึกใจ ถ้าหลานตัวเล็ก 7 ขวบอยู่เมืองไทยมาอยู่ที่นี่ จะวิ่งมาหาคุณยายด้วยมาดขององครักษ์ผู้พิทักษ์คุณยาย (ที่แท้ตัวเองกลัวฟ้าร้องเปรี้ยงปร้าง) หนูน้อยบอกว่าเป็นหุ่นยนต์ Transformer สามารถแปลงร่างเป็น Hero ไล่ผู้ร้ายพวก Aliens ให้วิ่งหนีไปได้ในพริบตา
Safeway ถูกกวาดอาหารแห้งไปบางตาเห็นได้ชัด ไข่หายไปจากชั้น คงจะถูกกวาดไปต้มไว้ยามยาก เตรียมมากก็ไม่ได้ เพราะไฟฟ้าดับ ตู้เย็นจะกลายเป็นตู้อบ
เสียงโทรศัพท์จากน้องที่ฟลอริดา ถามข่าวคราว ตัวเองรอดเงื้อมมือมาร พายุมาจากอเมริกาใต้ข้ามหัวมานอร์ทคาโลไรนา ลืมฟลอริดาไปได้ ไม่เป็นไรหรอก โดนมาบ่อยแล้ว แบ่งมาทางนี้ให้รู้รสชาติบ้าง ญาติทางนิวยอร์กกำลังอพยพไปอยู่กับญาติทางนิวเจอร์ซี่ สงสัยมาจริงๆ ก็คงจะอยู่ในใต้ฟ้าเดียวกันนั่นเองแต่ยังดีกว่าอยู่แมนฮัตตัน
ชื่นใจก็คือเสียงโทรศัพท์จาก น.ส.พ. ไทยแอล.เอ. น้ำใจของคุณวิภาวี เท่งเจียว ต้องยกให้เหมือนญาติคนหนึ่ง ซึ่งคอยติดตามถามข่าวอยู่เสมอ เธอเตือนว่า อย่าลืมปิดวาล์วแก๊ซถังใหญ่ที่อยู่ในบ้าน สั่งเสียกันเหมือนจะออกศึก คืนนั้นคุณไอรีนมาถึงด้วยม่านฟ้ามืดทะมึน ต้นเมเปิลพัดโบกโยกไกวเหมือนจะสั่งลาลำต้น ชักหวาดว่าจะกวาดกระจกหน้าต่างข้างเตียงเอาไปด้วย สงสารนกกาจะไปอยู่กันที่ไหน ทั้งเจ้ากระต่ายน้อยจอมซนขยันทำลายต้นพริก ต้นกะเพราคู่อาฆาตของคนที่เฝ้าปลูกอย่างทะนุถนอม เรียกสติมาปัญญาเกิด คิดไปก็เปล่าประโยชน์ ตามภยันตรายมาถึง ครูบาอาจารย์สอนว่าเมื่อเตรียมมาพร้อมเรียบร้อยแล้วให้เรียกสติอยู่กับตนอย่าขวัญหนีดีฝ่อตื่นตระหนก สงบใจอยู่ได้พักหนึ่งก็คว้าผ้าคลุมเตียงมาปูบนพรมข้างเตียง กระจกหน้าต่างแตกก็ให้เตียงรับไว้ก่อน พอใจว่าปล่อยวางได้แล้วก็หลับปุ๋ยในไม่ช้า
เสียงลมกระโชก ฝนพรูกระทบหน้าต่างทำให้ตื่นกลางดึกท่ามกลางความมืดสนิท กดไฟหัวเตียง ไฟดับไปแล้ว เสียงลูกสาวผู้น่ารักเดินมาเคาะประตูส่งเทียนไขแท่งใหญ่ จุดไฟมาเสร็จ ส่งให้แม่ ดูจะดีกว่าองครักษ์พาฮีโร่หุ่นยนต์แปลงร่างมาพิทักษ์คุณยาย เปิดม่านดูภายนอก ต้นไม้โยกโยน เสียงฝนเสียงลม แต่ยังมีแสงไฟที่ถนนที่แล่นผ่านกลางหมู่บ้าน Toll House นัยว่าใช้พลังงานแสงอาทิตย์เปิดตลอดวันคืน แสงจ้าส่องสาดไปตามทางถนน เป็นหมู่บ้านที่สงบสุขเพื่อนบ้านอัธยาศัยดี เดินออกกำลังกายก็ทักทายกันรายทาง ไม่ทักแต่คนเท่านั้น ทักหมาที่จูงมาด้วย หมาพวกนี้ใจดี ไม่ได้ยินเสียงเห่า สู้หมาบ้านเราไม่ได้ ไม่เห่าเปล่า แถมหอนโหยหวนอีกต่างหาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาล้นพ้น ตระกูลของคุณทองแดง จึงย้ายไปเป็นสุนัขทรงเลี้ยง เห็นพระพักตร์ตอนทรงพระสำราญแล้วก็พลอยรักคุณทองแดงไปด้วย เพราะยังดีกว่ามนุษย์หลายคนที่ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สู้สัตว์ไม่ได้ ที่มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนโดยสัญชาตญาณ เช่นมดมีจมูกไวต่อกลิ่น เหยี่ยวมีตาเป็นเรดาร์ส่องสัตว์เป็นอาหาร กระต่ายหูตั้งวิ่งหนีภัยป่าราบก่อนใคร มันมีอะไรที่เกิดมา มันก็พอใจในสิ่งเหล่านั้นและใช้คุ้มค่าตลอดชีวิต ไม่เหมือนมนุษย์ไม่เคยพอเพียง พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ดิ้นรน แสวงหาไม่สิ้นสุด คำพรที่ว่าหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนา มนุษย์ชอบเพราะความปรารถนาของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดจนวันตายก็ยังปรารถนาจะอยู่ต่อไป แม้ว่าสังขารจะเจ็บปวดยกแขนยกขาไม่ขึ้น
ผีเสื้อสมุทรบุกเกาะแมนฮัตตัน ไปถึงลองไอส์แลนด์ เวอร์มอนต์ ผ่านรายทางตลอดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก พอรุ่งเช้าที่แมรีแลนด์ก็สงบ ตอนสายๆ ชวนกันออกไปหาซื้อน้ำแข็งสำหรับอาหารแช่แข็งในตู้เย็นที่ไอศกรีมเหลวหมด ไฟฟ้ายังดับอยู่ รถแล่นออกมาต้นไม้ล้มตามข้างทาง บ้างพาดบนเสาไฟฟ้า แปลกที่บางบ้านมีไฟเปิดอยู่หน้าบ้าน แสดงว่าดับบ้างไม่ดับบ้าง
Safeway มีคนออกมามาก รถจอดเต็มลานจอดรถ หลังพายุ ฟ้าเริ่มคลายสีหม่นมัวมืดเป็นหมอกคลุมเต็มฟ้า ข่าวน้ำไหลหลากท่วมไปทั่วเห็นความทุกข์ของคนอื่นแล้ว แมรีแลนด์ดูจะใช้เวลาสั้นกว่า น้ำก็ไม่ท่วมเพราะเป็นจุดที่อยู่บนเนินสูง ลมยังพัดโบกไกวแต่ไม่กระโชกแล้ว เสียงนกกายังเงียบสงบ ไม่จ้อกแจ้กจอแจเหมือนเคย ไฟฟ้ามาตอนบ่าย วงจรชีวิตหมุนกลับจุดเดิม ลมเพลมพัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่อีกหลายหมื่นแสนครอบครัว ยังตกอยู่ในห้วงลำเค็ญ ทั้งนิวยอร์ก นิวเจอร์ซี่ เวอร์มอนต์ เพ็นซิลวาเนีย เวอร์จิเนีย และหลายแห่งในแมรีแลนด์ ประกาศปิดโรงเรียนในวันเปิดภาคเรียนวันแรก คือวันที่ 29 สิงหาคม 2011 เพราะบ้านอีกหลายหมื่นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ นึกถึงนางผีเสื้อสมุทรตอนตามล่าหาพระอภัยมณี ที่หลอกให้นางไปนั่งภาวนาต่อชีวิตแก้ฝันร้ายตามคำหลอกของพระอภัยมณี
ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรที่สุดโง่ ไปนั่งโซเซาอยู่ริมภูผา
ขอชีวิตพิษฐานตามตำรา ต้องอดปลาอดนอนอ่อนกำลัง
นานเข้าก็หน้ามืดตาลายกลับคูหา มองไม่เห็นพระอภัย ดูปี่ที่เป่าเล่าก็หาย นางยักษ์ร้ายรู้ว่าพากันหนี ก็ลงกลิ้งเกลือกเสือกกายร้องไห้โร่ เสียงโฮโฮดังก้องห้องคูหา เรียกหาลูกผัว ระกำอก หันหุนพิโรธ กำลังโกรธกลับแรงกำแหงหาญ แล้วสำแดงฤทธิ์
กระโดดโครมโถมว่ายสายสมุทร
อุตลุดดำดันเที่ยวค้นหา
ไม่เห็นผัวคว้าไปได้แต่ปลา
ควักลูกตาสูบเลือดด้วยเดือดดาล
พระอภัยหนีผีเสื้อสมุทรมาสิ้นสุดที่เกาะแก้วพิสดารแมนฮัตตัน
ไหนๆ ตั้งชื่อตอนว่าผีเสื้อสมุทรบุกเกาะแมนฮัตตัน ก็ขอจบด้วยคำกลอนพระอภัยมณี คำกลอนของท่านสุนทรภู่ ดังต่อไปนี้
แล้วนางมารอ่านคาถาพลาหก
ให้ฝนตกฟุ้งฟ้าไม่ฝ่าฝืน
ทั้งฟ้าร้องก้องกระหึมเสียงครืมครืน
นภางค์พื้นบดบังกำลังมนต์
พระอภัยไม่รู้ที่จะคิด
กับพวกศิษย์แสนลำบากต้องตากฝน
จะหนีนางทางไหนก็ไม่พ้น
สุดจะทนฝนชุกลงทุกที
ไหนจะถูกลูกเห็บเจ็บสาหัส
พงศ์กษัตริย์สิ้นรักนางยักษี
จึงปรึกษากับฝรั่งว่าครั้งนี้
จะเป่าปี่ผลาญนางให้วางวาย
จบฉากนางผีเสื้อบุกเกาะแมนฮัตตันเพียงเท่านี้

ขออนุโมทนาขอบคุณ
ศาสตราจารย์ ประภาศรี สีหอำไพ นักเขียนกิตติมศักดิ์ ที่เอืัอเฟื้ัอบทความนี้แก่ทีมงาน Dhammatogo
ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี
เลขาธิการ สมัชชาสงฆ์ไทยฯ

รวมคลิปเกี่ยวกับความเสียหายจากพายุเฮอริเคนไอรีน

http://youtu.be/fqat2mu0-uk

http://youtu.be/swTHbeVMgkY

http://youtu.be/fX772KTcDMM

http://youtu.be/5AmtPUC3zOs

http://youtu.be/_WixIs09MQ4

http://youtu.be/2iVvhdc1D7A

http://youtu.be/z2oDT_fV6Vs

http://www.go6tv.com/2011/08/blog-post_1746.html


วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Dhamma&Nature_Wat Thai,D.C.

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รายงานการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯสมัยวิสามัญครั้งที่ ๑๙/๒๕๕๓


รายงานการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
สมัยวิสามัญครั้งที่ ๑๙ / ๒๕๕๓
ณ วัดวชิรธรรมปทีป เมืองลองไอส์แลนด์ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
วันที่ ๑๑ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓






เปิดประชุมเวลา ๙.๐๐ น. โดยพระราชธรรมวิเทศ วัดไทยลองแองเจลิส รองประธานฯ รูปที่ ๒ ทำหน้าที่ประธานในพิธี นำบูชาพระรัตนตรัย
ท่านกงสุลใหญ่ พิริยะ เข็มพล กล่าวต้อนรับในนามพุทธศาสนิกชนชาววัดวชิรธรรมปทีป
พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการ กล่าวถวายรายงานต่อประธานที่ประชุม ดังนี้
กราบเรียน พระเดชพระคุณพระราชธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลองแองเจลิส รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ ๒ พระสุนทรพุทธิวิเทศ รองประธานฯ รูปที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ที่เคารพอย่างสูง
พระเถรานุเถระ เพื่อนพระธรรมทูตที่ปฏบัติหน้าที่วัดในเครือและวัดสมาชิกสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ทุกรูป ท่านกงสุลใหญ่แห่งมหานครนิวยอร์ก พิริยะ เข็มพล และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน
ในนามของคณะกรรมการอำนวยการ และสมาชิกสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ขอขอบพระคุณที่พระเดชพระคุณพระราชธรรมวิเทศ ได้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัยวิสามัญครั้งที่ ๑๙/๒๕๕๓ ณ วัดวชิรธรรมปทีป แห่งนี้
เนื่องด้วยคณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้ปรารภถึงอาการอาพาธของพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ และมีความเห็นชอบร่วมกันในการทำบุญครบรอบวันเกิดในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อให้พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจในวัดสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯได้เดินทางมากราบเยี่ยมอาการอาพาธของพระเดชพระคุณฯ และเพื่อระดมทุนทอดผ้าป่าช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลที่ทางคณะกรรมการวัดวชิรธรรมปทีปได้จัดตั้งไว้แล้ว



อนึ่ง คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยฯได้มีมติร่วมกันที่จะจัดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯ สมัยวิสามัญ เพื่อให้การบริหารงานของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ เป็นไปด้วยความก้าวหน้า และรวดเร็ว โดยเฉพาะในการแบ่งภารกิจหน้าที่ของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งเป็นโครงสร้างของสมัชชาสงฆ์ไทยฯในรูปแบบใหม่ จึงจำเป็นต้องมีการประชุมปรึกษาหาหรือ ติดตามงาน และมอบหมายงานจองแต่ละฝ่ายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และในการบริหารงาน การปกครองดูแลพระธรรมทูต และวัดต่าง ๆ ในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ซึ่งมีเรื่องสำคัญ และจำเป็นที่จะแจ้งให้วัดสมาชิกสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้ทราบในการประชุมครั้งนี้หลายเรื่องด้วยกัน
สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนองงานคณะสงฆ์ของมหาเถรสมาคมแห่งประเทศไทย มุ่งมั่นเผยแผ่พระพุทธศาสนาในฐานะพระธรรมทูตในสหรัฐอเมริกา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ประสานงานระหว่างพระธรรมทูต ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแต่ละรัฐ และเพื่อช่วยเหลือกิจการในวัดไทยในภาคพื้นทั่วสหรัฐอเมริกา และยังได้สร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างพระธรรมทูตในต่างประเทศทั่วโลก
ด้วยเหตุที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปกครองด้วยระบบมลรัฐ กฎหมาย ระเบียบปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีผลต่อการปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูตได้ เพื่อให้การปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูตที่กระจายอยู่ทั่วไป ในสหรัฐอเมริกามีความเป็นเอกภาพ จึงได้จัดตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว
ปัจจุบันมีวัดสมาชิกที่สังกัดของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ จำนวน ๙๕ วัด โดยแบ่งวัดออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. วัดที่มีหลักฐานการจัดตั้ง ตามกฎหมายของรัฐ และถูกต้องตามระเบียบของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ จัดให้อยู่ในเครือของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ มีจำนวน ๖๑ วัด
๒. วัดที่จัดตั้ง ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังขาดเอกสารหลักฐาน ตามระเบียบของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ที่กำหนดไว้ จัดให้อยู่ในความดูแลของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ มีจำนวน ๒๖ วัด
๓. วัดที่เป็นของชาวพุทธประเทศอื่น ๆ แต่มีพระสงฆ์ไทยไปอยู่ช่วยปฏิบัติศาสนกิจ จัดเป็นประเภทวัดที่อยู่ใน ความอนุเคราะห์ มีจำนวน ๖ วัด
และวัดทั้งหมดนี้มีกระจายอยู่ทั่วใน ๓๒ มลรัฐ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีพระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจอยู่จำนวน ๔๓๒ รูป
ดังนั้น จึงได้นิมนต์เจ้าอาวาส/หัวหน้าสงฆ์ หรือพระธรรมทูตผู้แทนวัดในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯ มาประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯ สมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑๙ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ณ วัดวชิรธรรมปทีป ลองไอแลนด์ มหานครนิวยอร์ก และร่วมทำบุญอายุถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อประธานฯ
บัดนี้ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์แล้ว เกล้าฯ ขออาราธนา พระเดชพระคุณ พระราชธรรมวิเทศ ได้กล่าวเปิดการประชุม และให้โอวาทแก่คณะพระธรรมทูตที่ได้มาร่วมประชุมในครั้งนี้ ต่อไป



พระครูศรีวิเทศธรรมคุณ รองเลขาธิการ รูปที่ ๑ กล่าวแนะนำวัดต่าง ๆ
พระสุนทรพุทธิวิเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ประชุมตามวาระ
วาระที่ ๑ เรื่องประธานแจ้งให้ทราบ
๑. แจ้งการได้รับแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ ของพระธรรมทูตในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯ
๑. พระครูวิเทศสุตคุณ (ปรีชา ธมฺมจารี น.ธ.เอก ป.ธ.3) เจ้าอาวาสวัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า รัฐฟลอริด้า ได้รับเลื่อนเป็น "เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ" (ทผจล.ชพ) ในราชทินนามเดิม
๒. พระมหามนัส อพฺภาจารสมฺปนฺโน (น.ธ.เอก ป.ธ.5 พธ.บ.) เจ้าอาวาสวัดมงคลรัตนาราม เมืองเบิร์คเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรเทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ (ทผจล.ชพ.) ในราชทินนาม "พระครูสิริรัตนธรรมวิเทศ"
๒. พระครูวินัยธรหาญชัย อาสภกนฺโต (น.ธ.เอก ปริญญาตรี) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ดีซี เมืองอเล็กแซนเดรีย รัฐเวอร์จิเนีย ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรเทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก สายวิปัสสนา (ทผจล.ชอ.วิ) ในราชทินนาม "พระครูภาวนาสุธรรมวิเทศ"
๓. แจ้งอาการอาพาธของพระธรรมทูต
๑. พระอาจารย์ ดร.พระมหาวันดี กนฺตสีโล วัดพรหมจริยการาม อาการลำใส้แตก พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วได้รับการผ่าตัด
๒. พระมหาธนกรณ์ วัดพุทธประทีป เมอร์เสด อาพาธด้วยโรคมะเร็งที่ปอดและหัวใจ ขั้นที่ ๓ ท่านได้ไปเยี่ยม
๓. หลวงตาชี มีอาการอาพาธด้วยโรคกระดูกทับเส้น ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๓ มีอาการปวดหลัง ขาซ้ายอ่อนไม่มีกำลัง และสุดท้ายเดินไม่ได้ และคณะแพทย์-พยาบาลให้การรักษาดูแลอย่างดี
๔. การบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ประเทศไทย สมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้รวบรวมปัจจัยทั้งหมดที่ได้รับบริจาควัดในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้เงินจำนวน ๒๕,๕๒๘ เหรียญฯ( ๑๑ ธ.ค.)
๕. การสัมมนาที่ประเทศอินเดีย ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารีได้แจ้งให้ทราบเพิ่มเติมถึงกำหนดการเดินทางของคณะวีไอพี วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๕๔ กลับทางเมืองพาราณสี ๕ มี.ค. และกลับทางกลุงนิวเดลฮีวันที่ ๗ มี.ค. ส่วนคณะแบบชั้นประหยัดเดินทางวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ บินลงกัลกัตต้า แล้วนั่งรถต่อไปยังเมืองคยา แล้วกลับวันที่ ๗ มีนาคม ทางกัลกัตตา
และขออนุมัติเงินในการช่วยเหลือโครงการฯนี้ ท่านประธานให้พิจารณาในวาระต่อไป
๖. พิมพ์หนังสือแสดงมุทิตาสักการะพระธรรมทูตที่ได้รับสมณศักดิ์ พระครูศรีวิเทศธรรมคุณเป็นผู้แจ้งได้พิมพ์หนังสือ การสื่อภาษาเพื่อเข้าถึงสัจจธรรม จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม เป็นเงินจำนวน ๕๕,๐๐๐ บาท
๗. เรื่องเพิ่มเติม พระมหานรินทร์ นรินฺโท เสนอให้ฝ่ายเผยแผ่เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาต้นฉบับเตรียมไว้แล้วนำมาเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการก่อน แจ้งทั้งจำนวนพิมพ์ งบประมาณในการจัดพิมพ์ก่อนการดำเนินการ
๒. เรื่องรับรองรายงานการประชุม
๑. การประชุมคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ สมัยสามัญครั้งที่ ๓๔/๒๕๓ โดยได้แจกเอกสารประกอบการสรุปประเด็น และมติต่าง ๆ ให้ที่ประชุมรับทราบ ทุกรูปได้อ่านรายงานการประชุมแล้วไม่มีข้อผิดพลาดในประเด็นต่าง ๆ มติเห็นชอบรับรองเป็นเอกฉันท์
๒. เรื่องประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารตามภาครัฐต่าง ๆ คณะกรรมการเห็นชอบให้การแบ่งเขตการดูแลของรองประธานฯ ตามรัฐภาคต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๔ รัฐภาค เพียงแต่ให้กองงานเลขาธิการ ได้นำไปปรับโครงสร้างตามที่ได้แบ่งแล้วนั้นตามความเหมาะสมให้ถูกต้องตามที่แบ่งรัฐต่าง ๆ ตามที่ประกาศไปแล้ว


วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ไวตามินธรรม คือ ธรรมะประจำชีวิต




ไวตามินธรรม คือ ธรรมะสำหรับทุกชีวิต
อะธัมโม นิระยัง เนติ ธัมโม ปาเปติ สุคะติง
อธรรมย่อมนำไปนรก ธรรมย่อมนำให้ถึงสุคติ




หลังจากที่งานประเพณีทอดกฐินที่จัดขึ้นแต่ละวัดได้ผ่านพ้นไปตามพระวินัยนิยมบรมพุทธานุญาต ญาตโยมผู้ที่เป็นเจ้าภาพและผู้มีศรัทธาทั้งหลายได้บำเพ็ญบุญทานการกุศลกันเต็มที่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน คือการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง




วันนี้ขอนำเสนอธรรมะในแง่ไวตามินธรรมหรือผลของธรรมที่เกิดขึ้นจากการประพฤติปฏิบัตินั้น จากการงดเว้นสิ่งที่ควรงดเว้น จากการรักษาสิ่งที่ควรรักษา จากการประพฤติตามสิ่งที่ควรประพฤติพระธรรมคำสั่งสอนนั้นบุคคลสามารถซึมซับได้อย่างเป็นรูปธรรมทุกระดับชั้นตั้งแต่ ศีล สมาธิและปัญญาไปจนถึงวิมุตติได้ ซึ่งจัดเป็นความอัศจรรย์ข้อหนึ่งคือข้อที่ว่า ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนย่อมได้รับผลสมควรแก่การปฏิบัติของตน ๆ ผู้ปฏิบัติย่อมได้รับผลดีแก่เขาเองไม่เกี่ยวกับการรู้เห็นของคนอื่น ผู้ปฏิบัติไม่ดีก็อยู่ทที่ตัวเขาเองไม่เกี่ยวกับการรู้เห็นของคนอื่น ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติดีจึงเป็นผลบวก เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เป็นนิมิตแห่งความสงบร่มเย็น มีความสุขสงบเป็นวิบากจัดเป็นกุศลธรรม ผลที่เกิดจากการปฏิบัติไม่ดี จัดเป็นผลลบ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการเป็นนิมิตแห่งความวุ่นวาย มีความเดือดร้อนเป็นวิบาก จัดเป็นอกุศลธรรม
ผลทั้งสองถึงฝ่ายหนึ่งจะเป็นกุศลฝ่ายหนึ่งจะเป็นอกุศลก็ตาม แต่ทั้งสองก็จัดเป็นผลเหมือนกัน เป็นพลังขับเคลื่อนพาบุคคลผู้ปฏิบัติไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างซื่อสัตย์ยุติธรรมที่สุด บางครั้งท่านพยายามจะสื่อความหมายให้เข้าใจยิ่งขึ้นไปอีกท่านจึงใช้คำว่า “อะธัมโม นิรยัง เนติ ธัมโม ปาเปติ สุคติง” ซึ่งแปลว่า “อธรรมย่อมนำไปนรก ธรรมย่อมนำให้ถึงสุคติ”
คำว่า ธรรม และ อธรรม นั้นไม่ใช่ชื่อของนาม แต่เป็นชื่อของกิริยา การประพฤติปฏิบัติของบุคคล เป็นตัวการที่จะพาให้ชีวิตมุ่งหน้าไปสู่ความเจริญหรือความเสื่อมได้ ทั้งธรรมและอธรรมนี้เองเป็นพลังขับเคลื่อนให้ชีวิตของเราเป็นไป



ในจักกวัตติสูตร สูตรว่าด้วยความเสื่อมแห่งอายุของมนุษย์จาก ๘ หมื่นปีลงมาจนเหลือเพียง ๑๐ ปี ก็เป็นเพราะมนุษย์ละเมิดข้อห้ามและไม่ประพฤติปฏิบัติตามข้อที่ทรงอนุญาตนั่นเอง เริ่มจากการละเมิดศีล ๕ อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ อธรรมราคะคือความยินดีในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรม วิสมโลภะ ความโลภที่ไม่ใช่โลภธรรมดา มิจฉาธรรม และในที่สุดก็จะมีแต่การประพฤติอกุศลกรรมบถเต็มบ้านเต็มเมือง มนุษย์จึงเข้าสู่ยุคมิคสัญญีอย่างเต็มตัว คนอายุน้อยลงจนเหลือ ๑๐ ปีแต่ใจร้อนขึ้น ถือว่าถึงจุดระเบิดของยุคหนึ่ง ๆ ในตอนนี้เอง ถือว่าพลังขับเคลื่อนแห่งอธรรมได้เดินทางมาจนถึงจุดอิ่มตัวแล้วสำหรับการเวียนว่านตายเกิดของสรรพชีพ การปฏิบัติของมนุษย์จึงมีผลต่อธรรมชาติและร่างกายจิตใจด้วยประการฉะนี้ (ที.ปา. ๑๑/๘๐–๑๑๐/๔๙–๖๗)



ในอัคคัญญสูตรท่านได้เน้นไปที่วิวัฒนาการของกิเลสและพลวัตต์ของสังคม และระบบการปกครองเป็นส่วนมาก โดยเริ่มจากที่มนุษย์ยังไม่รู้จักกินอะไรเลย แต่ไปเห็นง้วนดินซึ่งลอยฟ่องอยู่ จึงเอามือแตะมาชิมดู จากนั้นก็ติดใจในรสชาติของง้วนดินนั้น ร่างกายที่เคยมีแสงสว่างอยูก็หายไปและแค่นแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้จักพอไม่มี พวกเขาจะทวีความโลภขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออาหารอย่างเก่าหมดไป พวกเขาก็พากันกินอย่างอื่นต่อไปความหยาบของร่างกายก็ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็วิวัฒนาการมาเป็นเพศชายเพศหญิง แล้ววัฒนธรรมของการอยู่ครองเรือนก็เกิดขึ้นจนมีลูกมีหลานมาจนทุกวันนี้
ในพระสูตรนี้ก็พยายามจะแสดงพลังขับเคลื่อนที่เป็นฝ่ายอกุศลที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต ต่อการประพฤติปฏิบัติตนของมนุษย์ได้อย่างเป็นระบบทีเดียว (อัคคัญญสูตร ที.ปา. ๑๑/๑๑๑/๖๘)
ทั้งสองพระสูตรนี้ เป็นการถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนของฝ่ายอกุศลธรรม สูตรแรกนั้นแสดงความเป็นไปของชีวิตมากกว่า ส่วนสูตรที่สองนั้น เน้นความเป็นไปของสังคมที่มีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง พร้อมทั้งสาเหตุที่ผลักดันให้เกิดระบบปกครองในสังคมที่อยู่ภายใต้ธรรมชาติ โดยเริ่มจากการกินง้วนดิน กะบิดิน เครือดิน มาจนถึงข้าวสาลีที่เกิดเองที่ไม่มีเปลือกและข้าวสาลีที่ปักดำเอามาจนถึงทุกวันนี้

จากความละเอียดมาสู่ความหยาบขึ้นเรื่อย ๆ มนุษย์เริ่มต้นการเดินทางมาจากอาภัสสรพรหมพอมากินง้วนดินในโลกมนุษย์แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างใหญ่หลวง ตัวตนมีน้ำหนักขึ้นที่เคยเหาะได้ก็ต้องเดิน ที่เคยมีแสงออกจากร่างกายแสงนั้นก็หายไป ร่างกายก็นับวันยิ่งหยาบกระด้างขึ้นเป็นลำดับ พอร่างกายหยาบขึ้นเพศหญิงชายก็ปรากฏขึ้นวัฒนธรรมของการครองคู่จึงมีขึ้น เมื่อพวกเขาอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา วัฒนธรรมของการสร้างบ้านปลูกเรือนก็เริ่มเกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของสังคมมนุษย์ของหรือการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นชุมชนเริ่มต้นจากตรงนี้เอง เมื่อมีการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนจึงมีปัญหาด้านสังคมตามมาพวกเขาได้อาศัยปัญหานั้นเองเป็นบทเรียนโดยธรรมชาติ จึงคิดหาวิธีการระงับเหตุนั้น ๆ ด้วยการแต่ตั้งหัวหน้าขึ้น ถือว่าการปกครองของมนุษย์อย่างเป็นรูปเป็นร่างได้เริ่มต้นขึ้นมาครั้งแรกที่สุดในโลกในพระสูตรนี้เอง
ต่อไปนี้จะได้เสนอไวตามินธรรมอยู่ในหลายหัวข้อหลายระดับ ทั้งศีลสมาธิและปัญญา เป็นต้น และยังไม่ลืมที่จะพยายามครอบคลุมไปถึงบริบทชีวิตทั้งหมด คือเรื่องร่างกายด้วย ไม่เจาะจงเฉพาะจิตใจเท่านั้น แต่ถึงเรื่องจะกว้างออกไปเท่าใดก็ตาม ถึงกระนั้นก็ยังอยู่ในกติกาหรือประเด็นที่กำลังอธิบายอยู่คือเรื่องไวตามินธรรมในทุกเรื่องทุกหัวข้อที่ตั้งเป้าไว้ นั่นเอง ไม่ว่าจะอ่านหัวข้อใดก็ตาม ขอให้ทำความเข้าใจไว้ก่อนว่า เราจะดูอานุภาพหรือไวตามินของธรรมข้อนั้น ๆ ว่าจะเป็นไปอย่างไร เมื่อตั้งใจถูกต้องแล้ว การอ่านก็จะทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นและสามารถทราบได้ว่า การนำเสนอเนื้อหาในบทความนี้ ประมวลผลของระบบเศรษฐศาสตร์ทางวิญาณเลยทีเดียว



ฉบับนี้เป็นแต่เพียงขอเบิกโรงให้ทราบล่วงหน้าก่อนเท่านั้น โปรดติดตามอ่านในคอร์ลัมน์นี้ต่อไป
ขอความเจริญงอกงามไพบูลย์ จงบังเกิดมีแก่สรรพสัตว์ทุกถ้วนหน้า และ ขอให้พระสัทธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงอยู่คู่มวลมนุษย์ตลอดกาลนานเทอญ



วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ข่าวสารงานบูญ กฐิน บุญแปลก




การทอดกฐิน ถือว่าเป็นกาลทานที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า มีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุแสวงหาผ้าจีวร หลังออกพรรษาแล้ว ๑ เดือน ในกาลต่อมา เพื่อความสะดวกสาธุชนได้จัดผ้าไตรจีวรนำไปทอดที่วัด ที่มีพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส สาธุชนทอดได้ปีละหนึ่งครั้ง จึงถือว่าการทอดกฐินมีผลานิสงส์มาก

การทอดกฐิน ถือว่าเป็นการทำบุญที่เรียกว่า “กาลทาน” ที่มีอานิสงส์พิเศษของชาวพุทธ เพราะเป็น การทำบุญที่จำกัดเรื่องกาลเวลา จำกัดสถานที่ คือต้องทอดในวัดที่มีพระอยู่จำพรรษาเท่านั้น และต้องมีโบสถ์หรือเขตสีมาในเวลาทำสังฆกรรม ที่เรียกว่า “กรานกฐิน” ให้ถูกต้องตามพระวินัยนิยมบรมพุทธานุญาต
ในช่วง ๑ เดือนตั้งแต่วันออกพรรษาปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม เป็นต้นมา ญาติโยมผู้ใจบุญทั้งหลายได้แสวงหาผ้าจีวรถวายพระประจำปี หรือที่เรียกว่า “การทอดกฐิน” นั่นเอง ในปีนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้รับนิมนต์ให้ไปเทศน์ และนำปฏิบัติธรรมอยู่หลาย ๆ วัดด้วยกัน ดังจะขอยกตัวอย่าง ดังต่อไปนี้



วัดแรกที่ทอดกฐินเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ที่ผู้เขียนมาโอกาสไปเทศน์คือวัดมงคลเทพมุนี เมืองเบ็นซาเล็ม ชานเมืองฟิลลาเดลเฟียขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นวัดสายของศิษย์หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ ซึ่งใคร ๆ ก็ทราบดีและเมื่อได้ข่าวการบุญการกุศลเช่นนี้ญาติโยมที่อยู่ในรัฐใกล้ชิดติดกันก็เดินทางมาร่วมบุญเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าภาพหลักปีนี้ท่านที่เป็นประธาน คือ นพ.สุใจ คุณอนงค์ อุดมทรัพย์ พร้อมด้วยครอบครัว ตั้งใจทำบุญใหญ่ด้วยการรอคอยมาเป็นเวลาหลายปี และก่อนทำบุญใหญ่ปีนี้ก็มีทุกขลาภคือต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดหัวใจ แต่ว่าจิตใจเปี่ยมล้นด้วยบุญกุศลที่มีจิตใจตั้งมั่นจึงทำให้เกิดผลานิสงส์ ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและได้มาร่วมทอดกฐินด้วยความปลาบปลื้มใจ



วัดที่สอง หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์วันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคม ผู้เขียนได้รับนิมนต์ไปร่วมงานกฐินที่วัดไทยมินนิโซต้า เมืองแอลริเวอร์ มลรัฐมินนิโซต้า ซึ่งเป็นวัดในเครืองสมัชชาสงฆ์ไทยฯที่เป็นวัดน้องใหม่ตั้งมาไม่นาน แต่มีญาติโยมที่เป็นกรรมการเข้มแข็งเอาใจใส่ทะนุบำรุงพระสงฆ์และวัดวาศาสนาเป็นอย่างดี ประธานทอดกฐินปีนี้คือ คุณอธิษฐาน อัจฉะวงค์ พร้อมด้วยเพื่อน ๆ ผู้ปฎิบัติธรรม ตั้งกองกฐินสามัคคี “อริยมรรค” คือให้เจ้าภาพจองทั้งหมด ๘ กองตั้งชื่อตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นประธานร่วม



เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คณะเจ้าภาพกฐินกลุ่มนี้ ได้ติดตามท่านเจ้าอาวาสคือพระอาจารย์สุภาพ เจ้าอาวาสวัดไทยมินนิโซต้า ไปร่วมปฎิบัติธรรมภาคภาษาอังกฤษในโครงการธรรมสัญจร เพื่อสมโภชอุโบสถหลังใหม่ในงานการพัทธสีมาฝังลูกนิมิต วัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ มหานครนิวยอร์ก โดยมี ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการ สมัชชาสงฆ์ไทยฯ นำปฏิบัติปรากฏว่าประทับใจอยากจะให้มีการอบรมธรรมะภาคภาษาอังกฤษที่วัดมินนิโซต้าบ้าง จึงได้นิมนต์ไปร่วมงานทอดกฐิน พร้อมด้วยพระมหาเอนก อเนกาสี พระธรรมทูตวัดวชิรธรรมปทีป วิทยากร ของโครงการธรรมสัญจร ด้วย ในงานนี้ได้ถ่ายทำรายการทีวี “ท่องธรรม” โดยจะนำออกอากาศทางสถานทีโทรทัศน์ TNN2 ที่เมืองไทย และออกรายการทีวีของ Lao Champa, Nat TV. ด้วย




วัดที่สาม เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ที่ผู้เขียนได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรม คือวัดลาวพุทธวงศ์ เมืองมานาซัส รัฐเวอร์จีเนีย เป็นวัดของท่านเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ลาว พระอาจารย์มหาจันดาพร จกฺกวโร และญ่าท่านบุญมี กิตฺติธมฺมวณฺโณ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นกรรมการที่ปรึกษาการสร้างวัดลาวพุทธคยานานาชาติ ประเทศอินเดีย ในการตั้งองค์กฐินครั้งนี้เพื่อนำไปทอดที่ประเทศอินเดีย ได้ขึ้นบรรยายขยายความ ว่า “ไปอินเดียทำไม ทำไมต้องไปสร้างวัดในอินเดีย ?” เป็นหัวข้อที่ยกขึ้นแสดงธรรมและสนทนากับญาติโยมทั้งหลาย
ในงานนี้ท่านเลขาธิการ สมัชชาสงฆ์ไทยฯ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ได้มอบหนังสือ Walking on the Path of the Buddha คือหนังสือคู่มือท่องแดนพุทธสถานอินเดีย-เนปาลภาษาอังกฤษ จำนวน ๕๐ เล่ม เพื่อให้ญาติโยมทำบุญนำเงินเข้ากองทุนสร้างวัดลาวพุทธคยานานาชาติ พร้อมทั้งได้มอบ การ์ดอวยพร ๑๖ ภาพในแดนพุทธภูมิ จำนวน ๒๕ กล่อง เพื่อให้ญาติโยมได้ทำบุญนำเงินเข้ากองทุนนี้ด้วย นับว่าเป็นกุศลฉันทะที่น่าประทับใจในการสร้างสรรค์จรรโลงพระพุทธศาสนาในแดนพุทธภูมิอันควรให้การสนับสนุนอย่างยิ่ง

บุญกฐิน คือ บุญแปลก

วัดที่สี่ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ได้รับนิมนต์ไปร่วมงานกฐินและแสดงธรรม ณ วัดป่าสันติธรรม เมือง แคร์รอลตัน มลรัฐเวอร์จีเนีย โดยมีท่านเจ้าภาพผู้เป็นประธานใหญ่ คือคุณบุญญฤทธิ์ (แจ๊ก) งามสะอาด เจ้าของร้านอาหารธิดาไทย (มีทั้งหมด ๖ สาขา) ในรอบ ๆเมืองแฮมตันโรด เช็กสปีคเบย์แอเรีย และเวอร์จีเนีย บีช เมื่องท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของรัฐภาคตะวันออก
งานนี้จะขาดพี่ใหญ่ให้การสนุบสนุนร่วมเป็นประธานร่วมไม่ได้ คือ คุณพยุง คุณจิตนา งามสอาด แห่งร้านอาหารทะเลไทย ในกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ได้ชักชวนญาติพี่น้องและพนักงานในร้านทั้งสองแห่งล้วนแต่เป็นชาวอ่างทองเป็นส่วนใหญ่ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งจากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. และในรัฐใกล้เคียง งานนี้เจ้าอาวาส พระมหาอุดม ปภงฺกโร และคณะกรรมการวัดหน้าบานเลยเพราะได้ปัจจัยเข้าวัดเยอะมาก ตัวเลขยังไม่เปิดเผย แต่ทางวัดก็มีโครงการสร้างถาวรวัตถุถวายหลวงตาชี เป็นอนุสรณ์ ๘๔ ปี คือจะสร้าง “ศาลารวมใจ” เป็นศาลาเอนกประสงค์ งบประมาณอีกหลายแสน ดังนั้นงานกฐินปีนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการรวบรวมกองทุนในการก่อสร้างในครั้ง
ในปีนี้ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.ได้จัดงานทอดกฐินสามัคคีขึ้น โดยมีคณะพยาบาลบัลติมอร์ได้รวมกลุ่มเป็นประธาน และเตรียมการทอดถวายในวันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี้ ดังนั้น บุญกฐินในปีนี้จึงเรียกว่า กฐินสามัคคี




ประเภทของกฐิน
เมื่อถึงคราออกพรรษา ก็ได้เวลาของการทอดกฐิน ในหนังสือ ‘พูดจาภาษาวัด’ โดยกรมการศาสนา และหนังสือแนวทางการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องของกฐินประเภทต่างๆ ดังนี้

กฐินหลวง
เมื่อพระพุทธศาสนาได้เข้ามาประดิษฐานในประเทศไทยแล้ว การทอดกฐินก็ได้กลายเป็นประเพณี มาโดยลำดับ พระเจ้าแผ่นดินทรงรับเรื่องกฐินขึ้นเป็นพระราชพิธีอย่างหนึ่ง ซึ่งทรงบำเพ็ญเป็นการประจำเมื่อถึงเทศกาลทอดกฐิน การที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เกี่ยวกับกฐินเป็นพระราชพิธี จึงเรียกว่า “กฐินหลวง” วัดใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวัดหลวง หรือวัดราษฎร์ หากพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐินแล้ว เรียกว่า “กฐินหลวง” ทั้งสิ้น

กฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธี
กฐินดังกล่าวนี้ พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนิน ไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เองเป็นประจำ ณ วัดสำคัญ ๆ ซึ่งทางราชการกำหนดขึ้น ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดต่างๆ ทั้ง ในกรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค จำนวน ๑๖ วัด ในกรุงเทพฯ ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์, วัดสุทัศน์เทพวราราม, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม, วัดเทพศิรินทราวาส, วัดราชาธิวาส, วัดมกุฎกษัตริยาราม, วัดอรุณราชวราราม และวัดราชโอรสาราม
ในส่วนภูมิภาคได้แก่วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม, วัดสุวรรณดาราราม จ.พระนครศรีอยุธยา, วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ จ.พระนครศรีอยุธยา และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
วัดหลวงทั้งหมดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เองในบางวัด นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือองคมนตรี หรือผู้ที่ทรงเห็นสมควร เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวาย
กฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธีนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวัง ออกหมายกำหนดการเป็นประจำทุกปี จึงไม่มีการจองล่วงหน้า

กฐินต้น
กฐินดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเพราะพระเจ้าแผ่นดินเสด็จ พระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดที่มิใช่วัดหลวง และมิได้เสด็จไปอย่างเป็นทางการ หรืออย่างเป็นพระราชพิธี แต่เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์ พลตรีหม่อมทวีวงศ์ ถวัลยศักดิ์ (ม.ร.ว.เฉลิมลาภ ทวีวงศ์) ได้เล่าประวัติเรื่อง การเกิดขึ้นของกฐินต้นไว้ว่า
“กฐินส่วนพระองค์นี้ ในสมัยก่อนรัชกาลที่ ๕ จะเรียกว่าอย่างไรนั้นยังไม่พบหลักฐาน มาเรียกกันว่ากฐินต้น ในรัชกาลที่ ๕ ภายหลังที่ได้มีการเสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗ การเสด็จประพาสครั้งนั้น โปรดให้จัดให้ง่ายกว่าการเสด็จประพาส เพื่อสำราญพระราชอิริยาบถ อย่างสามัญ คือโปรดไม่ให้มีท้องตราสั่งหัวเมืองให้จัดทำที่ประทับแรม ณ ที่ใดๆ พอพระราชหฤทัยจะประทับที่ไหน ก็ประทับที่นั่น บางคราวก็ทรงเรือเล็ก หรือเสด็จรถไฟไปโดยมิให้ใครรู้ การเสด็จประพาสครั้งนั้นเรียกว่า “เสด็จประพาสต้น”
ประพาสต้นนี่เอง ที่เป็นมูลเหตุให้เรียกการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์ว่า “พระกฐินต้น”

กฐินพระราชทาน
เป็นกฐินที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานผ้าของหลวง แก่ผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน เพื่อไปถวายยังวัดหลวง นอกจากวัดสำคัญที่ทรงกำหนดไว้ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เอง เหตุที่เกิดกฐินพระราชทาน เพราะว่าปัจจุบันวัดหลวงมีจำนวนมาก จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวงกรมต่างๆ ตลอดจนคณะบุคคล หรือบุคลากรที่สมควรรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวายได้ และผู้ที่ได้รับพระราชทานจะเพิ่มไทยธรรมเป็นส่วนตัว โดยเสด็จพระราชกุศลด้วยตามกำลังศรัทธาก็ได้

กฐินราษฎร์
เป็นกฐินที่พุทธศาสนิกชน ผู้มีศรัทธานำผ้ากฐินของตนไปทอด ณ วัดต่างๆ ที่มิใช่พระอารามหลวงซึ่งตนมีศรัทธาเป็นการเฉพาะ

กฐินสามัคคี
เป็นกฐินที่มีเจ้าภาพหลายคนร่วมกัน แต่เพื่อไม่ให้การจัดงานยุ่งยากมากเกินไป ก็มักจะตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ดำเนินการแล้วมีหนังสือบอกบุญไปยังผู้อื่น กฐินสามัคคีนี้มักจะนำไปทอดยังวัดที่กำลังมีการก่อสร้าง หรือบูรณะปฏิสังขรณ์ เพื่อสมทบทุนให้สิ่งอันพึงประสงค์ของวัดสำเร็จลงได้ด้วยดี

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กฐิน : กาลทานไม่เสื่อมคลายจากจิตใจชาวพุทธ



กฐิน กาลทานที่ผูกพันธ์ศรัทธาของชาวพุทธอย่างไม่เสื่อมคลาย
ในช่วงออกพรรษา เป็นเทศกาลทอดกฐินตามพระวินัยนิยมบรมพุทธานุญาต วัดไทยแต่ละวัดไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือ ในต่างประเทศ ญาติโยมต่างให้ความสำคัญอนุเคราะห์พระสงฆ์ส่งเสริมวินัยสงฆ์ในการรับผ้ากฐินและรับอานิสงส์กฐินตามพระบรมพุทธานุญาต
วัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี.ในปีนี้มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาถ้วยไตรมาศ ๑๐ รูป และได้รับผ้ากฐินสมัคคี ของคณะพยาบาลบัลติมอร์ และญาติธรรมทั่วสหรัฐอเมริกา ทอดถวายเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๕๓ นำความปลื่มปีติในบุญมายังพุทธศานิกชนทั่วหน้า




ผู้ประสงค์จะทอดกฐินควรจะทำอย่างไร ?
พุทธศาสนิกชนทั่วไปย่อมถือกันว่า การทำบุญทอด กฐินเป็นกุศลแรง เพราะเป็นกาลทาน ทำได้เพียงปีละ ๑ ครั้ง และต้องทำในกำหนด เวลาที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ ดังนั้น ถ้ามีความเลื่อมใสใคร่จะทอด กฐินบ้างแล้ว พึงปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

จองกฐิน เมื่อจะไปจองกฐิน ณ วัดใด พอเข้าพรรษาแล้ว พึงไปมนัสการ สมภารเจ้าวัดนั้น กราบเรียนแก่ท่านว่าตนมีความประสงค์จะขอทอดกฐิน แล้วเขียนหนังสือปิดประกาศไว้ ณ วัดนั้น เพื่อให้รู้ทั่ว ๆ กัน การที่ต้องไปจองก่อนแต่เนิ่น ๆ ก็เพื่อให้ได้ ทอดวัดที่ตนต้องการ หากมิเช่นนั้นอาจมีผู้อื่นไปจองก่อน นี้กล่าวสำหรับวัดราษฎร์ ซึ่งราษฎรมีสิทธิจองได้ทุกวัด แต่ถ้าวัดนั้นเป็นวัดหลวง อันมีธรรมเนียมว่าต้องได้รับกฐินหลวงแล้ว ทายกนั้นครั้นกราบเรียนเจ้าอาวาสท่านแล้ว ต้องทำ หนังสือยื่นต่อกองสังฆการี กรมการศาสนา กระทรวง ศึกษาธิการ ขอเป็นกฐินพระราชทาน ครั้นคำอนุญาตตกไป ถึงแล้ว จึงจะจองได้เตรียมการ ครั้นจองกฐินเรียบร้อยแล้ว เมื่อออกพรรษาแล้ว จะทอดกฐินในวันใดก็กำหนดให้แน่ นอนแล้วกราบเรียนให้เจ้าวัดท่านทราบวันกำหนดนั้น ถ้า เป็นอย่างชนบท สมภารเจ้าวัดก็บอกติดต่อกับชาวบ้านว่า วันนั้น วันนี้เป็นวันทอดกฐิน ให้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดหา อาหารไว้เลี้ยงพระ และเลี้ยงผู้มาในการกฐิน
ครั้นกำหนดวันทอดกฐินแล้ว ก็เตรียมจัดหาเครื่องผ้ากฐิน คือไตรจีวร พร้อมทั้งเครื่องบริขารอื่น ๆ ตามแต่มี ศรัทธามากน้อย (ถ้าจัดเต็มที่มักมี ๓ ไตร คือ องค์ครอง ๑ ไตร คู่สวดองค์ละ ๑ ไตร)



วันงาน พิธีทอดกฐินเป็นบุญใหญ่ดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้น โดยมากจึงจัดงานเป็น ๒ วัน วันต้นตั้งองค์พระกฐินที่บ้านของ เจ้าภาพก็ได้ จะไปตั้งที่วัดก็ได้ กลางคืนมีการมหรสพครึกครื้น สนุกสนาน ญาติพี่น้องและมิตรสหายก็มักจะมาร่วมอนุโมทนา รุ่งขึ้นเป็นที่วันทอด ถ้าไปทางบกก็มีแห่ทางขบวนรถ หรือเดินขบวนกันไป มีแตรวง หรืออื่น ๆ เป็นการครึกครื้น ถ้าไปทางเรือก็มีแห่ทางขบวนเรือสนุกสนาน โดยมากมักแห่ไปตอนเช้า และเลี้ยงพระเพล การทอดกฐินจะทอดในตอนเช้านั้นก็ได้ ทอดเพลแล้วก็ได้สุดแล้วแต่สะดวก การเลี้ยงพระถ้าเป็นอย่างในชนบท ชาวบ้านจัดภัตตาหารเลี้ยงด้วย เจ้าของงานกฐินก็จัดไปด้วย อาหารมากมายเหลือ เฟือ แม้ข้อนี้ก็สุดแต่กาลเทศะแห่งท้องถิ่น อนึ่ง ถ้าตั้งองค์กฐินในวัดที่จะทอดนั้น เช่น ในชนบทตอนเย็นก็แห่องค์พระกฐินไปตั้งที่วัด กลางคืนมีการฉลอง รุ่งขึ้นเลี้ยงพระเช้าแล้วทอดกฐิน ถวายภัตตาหารเพล



การถวายผ้ากฐิน
การถวายผ้ากฐินนั้น คือเมื่อพระสงฆ์ประชุมพร้อม กันแล้ว เจ้าภาพอุ้มผ้ากฐินนั่งหันหน้าตรงต่อพระประธาน ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วหันหน้ามาทางพระสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้ากฐิน ถ้าเป็นกฐินสามัคคีก็มักเอาด้วยสายสิญจน์โยงผ้ากฐิน เมื่อจับได้ทั่วถึงกันแล้วหัวหน้านำว่าคำถวาย ครั้นจบแล้ว พระสงฆ์รับว่า สาธุ เจ้าภาพก็ประเคนผ้าไตรกฐินแก่ภิกษุผู้เถระ ครั้นแล้วประเคนเครื่องบริขารอื่น ๆ เสร็จแล้ว พระสงฆ์ก็ทำพิธีมอบผ้าให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นพระเถระมีจีวรเก่า รู้ธรรมวินัย ครั้นเสร็จแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำรับพร ก็เป็นอันเสร็จพิธีการทอดกฐินเพียงนี้

พิธีกรานกฐิน
พิธีกรานกฐินเป็นพิธีฝ่ายภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะคือ ภิกษุผู้ได้รับมอบผ้ากฐินนั้น นำผ้ากฐินไปทำเป็นไตรจีวรผืน ใดผืนหนึ่ง เย็บ ย้อม แห้ง เรียบร้อยดีแล้ว เคาะระฆัง ประชุมกันในโรงอุโบสถ ภิกษุผู้รับผ้ากฐิน สวดถอนผ้าเก่า อธิษฐานผ้าใหม่ที่ตนได้รับนั้นเข้าชุดเป็นไตรจีวร พระคู่สวดประกาศญัตติ ถวายผ้าแก่พระผู้ครองกฐิน และประกอบพิธีอนุโมทนากฐินเพื่อรับอานิสงส์ของพระสงฆ์ในวัด จบแล้วก็เป็นเสร็จพิธีการกรานกฐิน

อานิสงส์กฐินสำหรับพระ
ในพระวินัยระบุ อานิสงส์กฐินไว้ ๕ คือ
๑. เข้าบ้านได้โดย มิต้องบอกลาภิกษุด้วยกัน
๒. เอาไตรจีวรไป โดยไม่ครบสำรับได้
๓. ฉันอาหารเป็น คณะโภชน์ได้
๔. เก็บจีวรไว้ได้ ตามปรารถนา
๕. ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของเธอผู้จำพรรษาในวัดนั้น



อานิสงส์กฐินสำหรับผู้ทอด
โดยทั่วไปผู้เขียนเองและแม้ผู้รู้บางท่านก็ยังไม่เคยพบ ในพระบาลีที่ระบุไว้โดยตรง แต่ว่าการทอดกฐินเป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วัดหนึ่งทำได้ครั้งเดียวในปีหนึ่ง ๆ ต้องทำภายในกำหนดเวลา และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมจัดทำเป็นงานใหญ่ ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมกันว่าเป็น พิธีบุญที่อานิสงส์แรง น่าคิดอีกทางหนึ่งว่า พิธีเช่นนี้ได้ทั้ง โภคสมบัติเพราะเราเองบริจาค ได้ทั่งบริวารสมบัติเพราะได้ บอกบุญแก่ญาติมิตรให้มาร่วมการกุศล กาลทานเช่นนี้ เรียกว่า ทานทางพระวินัย
ในการทอดกฐินนี้ ยังมีกฐินและข้อพิเศษที่ควรนำ มากล่าวไว้ด้วย คือ ๑. จุลกฐิน ๒. ธงจระเข้
๑. จุลกฐิน เป็นกฐินพิเศษอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า จุลกฐิน เป็นงานที่มีพิธีมาก ถือกันมาแต่โบราณว่ามีอานิสงส์มากยิ่งนัก วิธีทำนั้นคือเก็บฝ้ายมากรอเป็นด้าย และทอให้แล้วเสร็จ เป็นผืนผ้าในวันเดียวกัน และนำไปทอดในวันนั้น กฐินชนิดนี้ ต้องทำแข่งกับเวลา มีผู้ทำหลายคน แบ่งกันเป็นหน้าที่ ๆ ไป ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมทำกันแล้ว
“วิธีทอดจุลกฐินนี้มีปรากฏในหนังสือเรื่อง คำให้การชาวกรุงเก่า ว่า บางทีเป็นของหลวง ทำในวันกลางเดือน ๑๒ คือ ถ้าสืบรู้ว่าวัดไหนยังไม่ได้รับกฐิน ถึงวันกลางเดือน ๑๒ อันเป็นที่สุดของพระบรมพุทธานุญาตซึ่งพระสงฆ์จะรับกฐินได้ในปีนั้น จึงทำผ้าจุลกฐินไปทอด มูลเหตุของจุลกฐิน คงเกิดแต่จะทอดในวันที่สุดเช่นนี้ จึงต้องรีบร้อนขวนขวาย ทำให้ทัน เห็นจะเป็นประเพณีมีมาเก่าแก่ เพราะถ้าเป็นชั้นหลังก็จะเที่ยวหาซื้อผ้าไปทอดได้ หาพักต้องทอใหม่ไม่” (จาก วิธีทำบุญ ฉบับหอสมุด หน้า ๑๑๙)
๒. ธงจระเข้ ปัญหาที่ว่าเพราะเหตุไรจึงมีธงจระเข้ ยกขึ้นในวัดที่ทอดกฐินแล้ว ยังไม่ปรากฏหลักฐาน และข้อวิจารณ์อันสมบูรณ์โดยมิต้องสงสัย เท่าที่รู้กันมี ๒ มติ คือ
๒.๑ ในโบราณสมัย การจะเดินทางต้องอาศัยดาวช่วยประกอบ เหมือนเช่นการยกทัพ เคลื่อนขบวน ในตอนจวนจะสว่างจะต้องอาศัยดาวจระเข้นี้ เพราะดาวจระเข้นี้ขึ้นในเวลาจวนจะสว่าง การทอดกฐินมี ภาระมาก บางทีต้องไปทอด ณ วัดซึ่งอยู่ไกลบ้าน ฉะนั้น การดูเวลาจึงต้องอาศัยดาว พอดาวจระเข้ขึ้น ก็เคลื่อนองค์กฐินไปสว่างเอาที่วัดพอดี และต่อมาก็คงมีผู้คิดทำธงในงานกฐิน ในชั้นต้นก็คงทำธงทิวประดับประดาให้สวยงาม ทั้งที่องค์กฐิน ทั้งที่บริเวณวัด และภายหลังคงหวังจะให้เป็น เครื่องหมายเนื่องด้วยการกฐิน ดังนั้น จึงคิดทำธงรูปจระเข้ เสมือนประกาศให้รู้ว่าทอดกฐินแล้ว
๒.๒ อีกมติหนึ่งเล่าเป็นนิทานโบราณว่า ในการแห่กฐินไปทางเรือของอุบาสกผู้หนึ่ง มีจระเข้ตัวหนึ่งอยากได้บุญ จึงอุตส่าห์ว่ายตามเรือไปด้วย แต่ยังไม่ทันถึงวัดก็หมดกำลังว่ายตามต่อไปอีกไม่ไหว จึงร้องบอกอุบาสกว่า เหนื่อยนักแล้ว ไม่สามารถจะว่ายตามไปร่วมกองการกุศล วานท่านเมตตา ช่วยเขียนรูปข้าพเจ้า เพื่อเป็นสักขีพยานว่าได้ไปร่วมการกุศลด้วยเถิด อุบาสกผู้นั้นจึงได้เขียนรูปจระเข้ยกเป็นธง ขึ้นในวัดเป็นปฐม และสืบเนื่องมาจนบัดนี้